1/03/2557

สร้างบทความชั้นยอดใน 8 ขั้นตอน

 

สร้างบทความชั้นยอดใน 8 ขั้นตอน

เมื่อเริ่มคิดที่จะเขียนอะไรก็ตาม หลักการสำคัญคือ คุณมีความเข้าใจจิตวิทยาพื้นฐานของมนุษย์ มากแค่ไหนไม่ว่าการขาย การตลาด การโฆษณา ประชาสัมพันธ์ ล้วนแล้วแต่เป็นเรื่องจิตวิทยาของมนุษย์ทั้งสิ้น ซึ่งก็ไม่ได้ยากอะไรนัก หากคุณฝึกฝนจนชำนาญ เพราะวิธีคิดตั้งแต่อดีตมาจนถึงปัจจุบัน ไม่หนีไปจากหลักการนี้เลย บางคนบอกว่า ขนาดคนที่สนใจยังไม่คลิก แล้วคนที่ไม่สนใจหน่ะเหรอ ไม่มีทาง มันยากมาก ๆ

ไม่มีอะไรยากหรอก แค่เรายังไม่ชินกับมันเท่านั้นเอง สิ่งสำคัญ คือ “ประเด็น” ที่คุณจะเขียน คิดออกมาให้ชัดเจน แล้วตีกรอบความคิดกับประเด็นนั้น ให้แคบที่สุด เพื่อให้การเขียนนั้นเจาะลึก ตรงใจกลุ่มเป้าหมาย  จากนั้นก็คิด Headline ( พาดหัว ) ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่สุดในการดึงดูดคนทุกคนที่เห็น ทั้งที่สนใจ และไม่สนใจ ให้ติดตามอ่านต่อ

คุณคิดว่าโอกาสที่คน ๆ หนึ่ง จะพิจารณาสิ่งที่อยู่ตรงหน้า กี่นาที  ในการตัดสินใจคลิกดูต่อ หรือคลิกออกไป ติ๊กตอก ๆ ๆ ๆ   … เวลามันสั้นเพียง 0.003 วินาที เท่านั้นค่ะ  รวดเร็วซะยิ่งกว่าเรากระพริบตาด้วยซ้ำไป ดังนั้น โอกาสคนที่ไม่สนใจเลยและคลิกออกทันที จึงมีเปอร์เซ็นต์สูงถึง 99.997 % ทั้ง ๆที่เขาอาจจะมีความต้องการจะซื้อในโอกาสต่อไปเพื่อตัวเขาเอง หรือคนใกล้ตัวเขา หรือมีความสนใจมากขึ้นเมื่อเขาได้คลิกอ่านต่อ

เนื้อหาข้างใน ก็สำคัญไม่น้อยเลย เพราะเป็นรายละเอียดที่บอกถึงสิ่งที่เขาจะได้รับจากการคลิกเข้าไปดู สำคัญ!  คือ อย่า! เขียนเนื้อหาให้ยืดยาว หรือบอกกล่าวให้มากความ เพราะพื้นฐานของมุนษย์ ไม่ชอบอ่านอะไรเยอะแยะ ไม่ชอบฟังการอธิบายมาก ๆ  แต่อยากรู้ผลลัพธ์ ว่าเขาจะได้อะไร จะช่วยเขายังไงมากกว่า

โฆษณาที่ดี  คือโฆษณาที่ใช้คำอธิบายน้อยที่สุด

ใช้เวลาน้อยที่สุด ตรงประเด็นที่สุด

ตัวอย่างโฆษณาที่ดีของต่างประเทศ เมื่อ 20 ปีที่แล้ว เป็นโฆษณาขายรถยนต์ Toyota Crown ทางทีวี  ซึ่งใช้หลักการเดียวกันกับโฆษณาในปัจจุบันของบ้านเรา อย่างโฆษณากาแฟเนเจอร์กี๊ฟ , สินมั่นคงประกันภัย, กรุงศรี จีอี Cars4cash ฯลฯ

โฆษณารถ Toyota Crown  เขาสื่อด้วยภาพและเสียงเพลง 30 วินาที โดยไม่มีคำพูดและข้อความอะไรเลย  ประเด็น ก็คือ ต้องการสื่อให้เห็นถึงระบบการสั่นสะเทือนที่ดีที่สุด ด้วยความเร็ว 160 ก.ม./ชั่วโมง ภาพที่สื่อออกมา ก็คือ เปิดฉากด้วยรูปโลโก้รถ พร้อมเสียงเพลงบรรเลง ตามด้วยภาพคนขับที่กำลังสูบบุหรี่ขณะขับรถ จากนั้นคนขับก็วางบุหรี่ไว้ข้างตัว แล้วเริ่มเร่งความเร็วไปจนถึง 160 ก.ม./ชั่วโมง แพนภาพกลับมาที่บุหรี่ ที่มีขี้บุหรี่ติดอยู่เกือบครึ่งม้วนโดยไม่ร่วงเลย แล้วจบท้ายด้วยการขึ้นโลโก้ของรุ่นรถ

โฆษณานี้ ถือว่าสื่อได้ชัดเจนตรงประเด็น ทุกคนที่เห็น แม้ว่าจะไม่สนใจที่จะซื้อรถเลยในขณะนั้น  ภาพโฆษณาก็สามารถดึงดูด ให้ติดตามดูจนจบ และเข้าใจภายใน 30 วินาที ว่ารถรุ่นนี้ มีระบบควบคุมการสั่งสะเทือนที่ดีมาก ขับแล้วนิ่งเสียจนขี้บุหรี่ยังไม่ร่วงเลย  ซึ่งปัจจุบัน ก็มีโฆษณารถยี่ห้ออื่นนำไปเลียบแบบ โดยสื่อด้วยถ้วยกาแฟบนรถที่ขับเร็ว ขนาดน้ำในแก้วยังไม่กระเพื้อมเลย

การเขียนโฆษณาอื่น ๆ ก็เช่นเดียวกัน  คุณสามารถวิเคราะห์ โดยใช้พื้นฐานทางความคิดของคุณเอง ถามตัวคุณเองก่อนว่า ถ้าสื่อออกไปแล้ว คุณคิดว่า ตัวคุณเองจะคลิกดูต่อมั๊ย ความคิดของคุณ จึงต้องเป็นกลางที่สุด อย่าเข้าข้างตัวเอง โดยใช้หลักการของ Million Dallar Skill ด้วยกฏ 40-40-20 แล้วทำตาม 8 ขั้นตอนการเขียนโฆษณาดูดคนเข้า Blog เพียงเท่านี้ ไม่ว่าคุณจะสื่ออะไรออกไป  ก็จะสะกิดใจ แม้แต่คนที่ไม่สนใจอย่างแน่นอน

การเขียนโฆษณา เป็นเรื่องของความคิดสร้างสรร ในการสื่อข้อมูลออกไปให้ผู้คนรับรู้ ชวนเชื่อ และจดจำ เป็นเรื่องที่คุณต้องตรึกตรองอย่างละเอียด และใช้เวลาทุ่มเท จริงจังกับการประมวลความคิดสร้างสรร เพื่อให้ได้สิ่งที่ดีที่สุด ให้คุ้มค่ากับเวลาที่คุณใส่ใจมันลงไป ไม่ใช่ทำไปเพื่อเพิ่มปริมาณ แต่ไร้คุณภาพ แล้วก็ไม่เกิดผลลัพธ์อะไรกลับมาเลย 

IMG_45375743755522

 

ผลลัพธ์ที่ทรงพลังจาก “Million Dollar Skills” ไม่ว่าคุณจะกำลังเขียนข้อความโฆษณา เขียนบทความ สร้าง Capture Page  สร้าง Blog สร้าง Website  หรือโฆษณาขายสินค้าอะไรก็ตาม  8 ขั้นตอน ที่คุณต้องตั้งสติ ทุกครั้งที่นั่งเขียน คือ

1. คุณต้องรู้ว่า ใครคือกลุ่มเป้าหมายของคุณ เขาเหล่านั้นต้องการอะไร และสินค้าของคุณสามารถให้ผลลัพธ์  ให้ประโยชน์ หรือช่วยแก้ปัญหาให้เขาได้มากแค่ไหน

2.  สิ่งที่คุณกำลังนำเสนอนั้น มันช่วยเขาได้อย่างไรบ้าง เพราะจิตวิทยาของมนุษย์ เวลาเขาดูโฆษณาของใครก็ตาม  เขาไม่ได้ต้องการรู้หรอกค่ะว่าสินค้าคุณยอดเยี่ยมแค่ไหน แต่เขาต้องการรู้ว่ามันจะช่วยเขาได้ยังไง

3.  โฆษณาที่คุณเขียน มันไม่ได้เป็นสะพานที่จะทำให้ “สินค้าวิ่งไปหาลูกค้า” เอง แต่เป็น “สะพานให้ลูกค้าวิ่งมาหาคุณ” เขียนยังไงให้ดึงดูดเขามาหาเราเอง นี่คือหนทางแห่งความสำเร็จค่ะ

4.   ตีกรอบให้กลุ่มแคบลงที่สุด เล็กลงที่สุด แล้วคุณจะเขียนโฆษณาออกไปได้ตรงจุดที่สุด   ขอให้จำไว้นะคะว่า “ไม่ใช่ทุกคนที่เป็นลูกค้าของคุณ”  และ  อย่า! โฆษณาแบบเหวี่ยงแห  เพราะ ถ้าคุณคิดว่าทุกคนคือลูกค้า นั่นเท่ากับว่าคุณจะไม่ได้ลูกค้าที่แท้จริงเลยแม้แต่คนเดียว

5.  ทำในสิ่งที่คุณพูด  ข้อความโฆษณา จะต้องตรงกับเนื้อหาในเว๊ปไซด์ของคุณ นั่นคือ ทำให้สิ่งที่คุณนำเสนอ

6.  การขายจะไม่มีวันเกิดขึ้นเลย ถ้าปราศจาก “ความเชื่อถือ” เพราะเขาจะไม่มีวันตัดสินใจซื้อสินค้าคุณเลย ถ้าเขารู้ว่ามันไม่เกิดประโยชน์อะไรกับเขา

7.  เมื่อคุณได้ทำตามครบทั้ง 6 ขั้นตอนแล้ว ขั้นตอนสุดท้าย ก็คือ “บอกให้เขาซื้อทันที” เพราะเขาถูกคุณโน้มน้าวใจมาตลอด  สิ่งที่คุณต้องทำก็คือ “ปิดการขายให้ได้” ด้วยการบอกเขาตรง ๆ เลยว่า เมื่อเขาซื้อสินค้าของคุณแล้ว เขาจะได้ประโยชน์อะไร สินค้าของคุณจะช่วยแก้ปัญหาให้กับเขาได้ยังไงบ้าง “ตอกย้ำคำมั่นสัญญาที่คุณมีให้เขาทันที“

8. สำคัญสุดๆสำหรับขั้นนี้ ควรเป็นขั้นตอนแรกในการที่คุณจะนั่งเขียนบทความสักอย่าง อย่าลืมว่าคุณกำลังจะขายอะไรให้ใครสักคน ไม่ว่าจะเป็นการขายของหรือขายไอเดีย แบ่งปันเรื่องราว คุณต้องคาดหวังผลจากการกระทำ แล้วคุณจะได้ซึ่งสิ่งที่คุณคาดหวัง

อย่ามัวแต่โปรโมทบทความ ปั่น seo หาทราฟฟิก จนลืมไปว่าต้องการสิ่งใดจากสิ่งที่คุณกำลังลงมือทำมันอยู่ ถ้าคุณทำงานเพลินไปจนลืมเป้าหมายของงาน เป้าหมายของชีวิต ก็คงถึงเวลาที่คุณต้องทบทวนสินค้า (ไอเดีย) ที่คุณเคยขายให้กับตัวเอง จนเชื่อมั่นและลงมือทำ ทบทวนดูบ้างว่าไอเดียเดิมๆของคุณจะยังคงใช่และเหมาะสมอยู่ไหม

ไม่มีความคิดเห็น: