11/21/2556

7 เหตุผลที่คุณยังไม่รวยเสียที

1) เราไม่ใช่นายตัวเอง

ถึงแม้การทำธุรกิจของตัวเองไม่อาจรับประกันได้ว่าเราจะประสบความสำเร็จ แต่ก็ต้องยอมรับว่าการทำงานให้คนอื่น (เปนลูกจ้าง) ก็ไม่ช่วยให้รวยเช่นกัน

แต่แทนที่จะเดินไปลาออกจากงานประจำในทันที ใจเย็นก่อน ทำงานประจำต่อไป แล้วค่อย ๆ สร้างธุรกิจของเราเองเสริมขึ้นมา (วันหนึ่งมันอาจเติบโตเปนธุรกิจใหญ่โตที่จะ เปลี่ยนชีวิตเราก็ได้)

2) เรากลัวที่จะรับความเสี่ยง

เราไม่สามารถรวยขึ้นมาได้โดยไม่รับความเสี่ยง ไม่มีใครที่รวยขึ้นมาได้จากดอกเบี้ยเงินฝากธนาคาร (ไม่นับว่ารวยแล้วเอาเงินไปฝากธนาคาร) ซึ่งไม่ได้หมายความว่าให้ทุ่ม เงินลงไปอย่างไม่ลืมหูลืมหา แต่ให้รับความเสี่ยงอย่างรอบคอบ ต้องเข้าใจอย่างดีซะก่อนว่าเรากำลังจะทำอะไร

3) เราไม่เคยหยิบเอาความคิดดีๆ ขึ้นมาลองทำ

คนที่คิดไปเรื่อย ๆ แต่ไม่ลงมือทำ ไม่มีทางรวย ... คนที่รวยขึ้นมา เกิดจากการไม่นั่งเฉย ๆ แล้วเฝาดูคนอื่นรวยขึ้นไปเรื่อย ๆ แต่เขาจะลงมือทำ

4) เราใช้เงินไม่เปน

คนทั่ว ๆ ไปถ้ารู้จักศึกษาเรื่องลงทุน รู้จักควบคุมต้นทุน รู้ว่าอย่างไหนเรียกถูก อย่างไหนเรียกถูกกว่า (กรณีทำธุรกิจ) ก็สามารถสะสมความมั่งคั่งจนกลายเปนคนรวยได้

5) เราไม่มีเปาหมายที่ชัดเจน

คนที่ไม่รู้ตัวเองว่าต้องเก็บเงินให้ได้เท่าไร ต้องหาเงินให้ได้เท่าไร ต้องเอาไปทำอะไร สุดท้ายเมื่อมีสิ่งยั่วยวนใจผ่านเข้ามา ก็จะเสียเงินไปง่าย ๆ กับเรื่องที่ไม่จำเปน สุดท้าย ไม่เคยทำอะไรได้เปนชิ้นเปนอัน

6) เราไม่ได้ทุ่มเทมากพอ

ไม่มีใครที่รวยขึ้นมาได้จากการนั่งดูทีวีและนอนวันละ 12 ชั่วโมง นอกจากว่าเรามีกองมรดกหรือไม่ก็ถูกล๊อตเตอรี่รางวัลใหญ่ ... การจะร่ำรวยขึ้นมาได้ ต้องทำงานหนัก ทั้ง แรงกาย และ แรงความคิด

7) เราไม่คบคนที่ควรคบ

คบคนเช่นใดเปนคนเช่นกัน เราไม่มีทางสำเร็จขึ้นมาได้ ถ้าใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับคนขี้เกียจทำมาหากิน เฉื่อยชา ... แต่ถ้าเรามีกลุ่มเพื่อนที่กระตือรือร้น มีประสบการณ์ สามารถให้คำปรึกษาที่มีประโยชน์ เกื้อกูลกันในทางที่เจริญ เราก็จะได้รับแรงกระตุ้นจากกลุ่มเพื่อนให้ก้าวหน้าไปด้วยกัน (แต่ทั้งนี้ กลุ่มเพื่อนที่น่าคบ - ในเชิงธุรกิจ - ก็มักจะ เลือกคบคนที่น่าคบด้วยเช่นกัน ถ้าเราเฉื่อยชา เขาคงไม่อยากคบเรา, to be fair)

• แปลจาก "7 Reasons Why You’re Not A Millionaire" โดย Amy Morin จาก www.lifehack.org http://goo.gl/I0APR7 (สามารถไปคอมเม้น โดยตรงกับผู้เขียนบทความต้นฉบับภาษาอังกฤษได้ด้วย

ไม่มีความคิดเห็น: